ในปัจจุบัน ความมั่นใจ กล้าแสดงออกทางความคิดความสามารถในทางที่ถูกที่ควรและเหมาะสม เป็นสิ่งที่สังคมควรตระหนักถึง ดังนั้น การปลูกฝังความมั่นใจ การมีความเชื่อมั่น และการเคารพตนเองให้ลูกตั้งแต่ยังเด็กจึงถือว่าเป็นภารกิจที่คุณพ่อ คุณแม่ควรต้องให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะความมั่นใจในตัวเองถือเป็นก้าวแรกที่จะส่งเสริมให้ลูกกล้า “ลงมือทำ” และสามารถต่อยอดสู่ความสำเร็จของตัวเขาได้ในอนาคต วันนี้คุณครูจึงมีกลยุทธ์ “วิธีสร้างความมั่นใจให้ลูกตั้งแต่เด็ก” มาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ 🙂

1. พิจารณาการให้คำชม

มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่เด็กเล็กจะต้องการกำลังใจและคำชมจากพ่อแม่ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม เช่น โยนรับลูกบอล หรือแม้กระทั่งเริ่มหัดวาดรูปวงกลม แต่เด็ก ๆ อาจจะเคยชินกับคำชมที่ได้ยินบ่อย ๆ และอาจจะมีบ่อยครั้งที่คุณพ่อ คุณแม่ชมลูกมากเกินไปและเด็กๆ เริ่มที่จะไม่สนใจกับคำชมเหล่านั้น

การให้คำชมจะต้องไม่บ่อยจนเกินไป หรือชมทุกอย่างในสิ่งที่ลูกต้องทำอยู่แล้ว เช่น เด็กต้องทำหน้าที่แปรงฟันทุกวัน หรือ ถอดเสื้อผ้าที่ใช้แล้วลงตะกร้า กิจวัตรเป็นสิ่งที่เด็กต้องทำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณพ่อ คุณแม่เพียงแค่กล่าวขอบคุณในสิ่งที่พวกเขาทำก็เพียงพอแล้ว และให้ feedback กลับไป เช่น แทนที่จะชมลูกว่า ลูกวาดรูปเก่งมาก ลองเปลี่ยนเป็นพูดว่า “แม่คิดว่าหนูมีเทคนิคการใช้สีม่วงได้ดีเลยนะ” เป็นต้น

2. อย่าพยายามช่วยลูกทุกอย่าง

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากสัญชาตญาณความเป็นพ่อแม่ของทุกคนที่อยากจะดูแลและปกป้องลูกให้มากที่สุด โดยไม่อยากให้ลูกเจ็บหรือพบเจอกับความผิดพลาด แต่การที่พ่อแม่พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมหรือช่วยเหลือในทุก ๆ อย่างนั้นอาจไม่ส่งผลดีต่อเด็กเสมอไป การพยายามช่วยเหลือแบบนี้ ไม่ได้เป็นวิธีที่ดีต่อเด็ก เพราะเด็กจะต้องฝึกเรียนรู้ถึงความผิดพลาด เรียนรู้ที่จะผิดหวัง ว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิต และเป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะได้พบเจอ ระหว่างการเรียนรู้สิ่งต่างๆ อาจมีความรู้สึกท้อแท้ ผิดหวัง เสียใจ หรือกังวลเกิดขึ้นกับเด็กได้ ซึ่งภารกิจของคุณพ่อ คุณแม่ไม่ใช่การยื่นมือเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาตรงหน้าให้เสร็จสิ้น แต่ควรเป็นการเคียงข้าง ให้คำแนะนำ หรือให้กำลังใจ เพราะเด็ก ๆ จะต้องเรียนรู้เรื่องความสำเร็จ โดยผ่านการเรียนรู้จากอุปสรรคที่เกิดขึ้นก่อน

“มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เด็กจะต้องเรียนรู้จากการเล่น เรียนรู้ที่จะกล้าลองและไม่กลัวความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นว่าพ่อแม่ของเขาจะวิพากย์วิจารณ์หรือคอยช่วยให้ลูกทำถูกเสมอโดยปราศจากความผิดพลาด”

3. ให้ลูก ๆ ตัดสินใจเอง

เมื่อถึงเวลาหรือสถานการณ์ที่ลูก ๆ จะต้องตัดสินใจด้วยตนเองตั้งแต่ในช่วงวัยเด็ก คุณพ่อ คุณแม่จะเริ่มสร้างความมั่นใจในสิ่งที่พวกเขาได้ตัดสินใจทำลงไป แน่นอนว่าเด็ก ๆ จะชอบลองอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ และหากถูกควบคุมมากจนเกินไป อาจสร้างความกดดัน และความไม่มั่นใจให้เด็กได้

คำแนะนำคือควรมีตัวเลือกให้เด็ก ๆ อย่างน้อย 2-3 ตัวเลือก ให้เด็กได้เลือกด้วยตนเอง เช่น เด็กอายุ 3 ขวบ เราไม่ควรถามลูกว่า “มื้อเที่ยงหนูอยากกินอะไรดี” แต่สามารถที่จะให้ตัวเลือก เพื่อให้ลูกฝึกตัดสินใจ โดยมีตัวเลือก เช่น “เมนูมีพาสต้า ถั่ว หรือเยลลี่ หนูจะเลือกอะไรดี” เป็นต้น

4. โฟกัสในการเป็นน้ำครึ่งแก้ว

หากลูกรู้สึกผิดหวังหรือท้อแท้กับสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อแม่ควรช่วยเหลือให้ลูกรู้สึกไปในทางการคิดบวก ควรให้คำปรึกษาหรือแนะนำวิธีที่จะรับมือกับความผิดหวัง และแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้น เช่น หากลูกอ่านหนังสือได้ช้ากว่าเพื่อนในห้อง ควรอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า ทุกคนมีความพิเศษแตกต่างกัน มีทักษะการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน และควรมอบเวลาให้ลูกในการช่วยฝึกฝนทักษะการอ่านของลูกที่บ้านมากขึ้น

5. ส่งเสริมความชอบของลูก

คุณพ่อ คุณแม่ สามารถให้ลูกได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายและเมื่อลูกพบสิ่งที่เขารักจริง ๆ เช่น เด็กมีความหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์หรือการทำอาหาร การฝึกให้เด็กมีความรู้สึกภาคภูมิใจในความชื่นชอบของตนเองจะช่วยให้เด็กมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทั้งด้านที่ชอบและด้านอื่น ๆ ของชีวิตด้วย

ไม่ว่าจะเป็นงานอดิเรกที่อาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเด็ก ๆ ที่มีปัญหาในการเรียนที่โรงเรียน และคุณพ่อ คุณแม่ยังสามารถช่วยให้ลูกใช้ประโยชน์จากความสนใจของตัวเองในการเชื่อมสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น ๆ ได้ เช่น หากลูกชอบวาดรูปแต่เด็กส่วนใหญ่ในชั้นเรียนชอบเล่นกีฬา คุณสามารถสนับสนุนให้เขาวาดภาพกีฬา หรืออาจเป็นการนำหนังสือหรือของสะสมของลูกและนำไปโชว์ให้เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนด้วยความเต็มใจ เพื่อสร้างความมั่นใจในการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ ได้

6. ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา

“เด็ก ๆ จะมีความมั่นใจเมื่อพวกเขาสามารถเจรจาเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมา” Myrna Shure, PhD, ผู้เขียนเรื่องการเลี้ยงลูก Raising a Thinking Child กล่าว การวิจัยของเธอพบว่า

คุณพ่อ คุณแม่สามารถสอนแม้กระทั่งเด็กเล็กได้ถึงวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และที่สำคัญคือความอดทนของคุณคุณพ่อ คุณแม่เอง เช่น หากลูกเจอปัญหาว่าเพื่อนเอารถบรรทุกของเขาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น คุณพ่อ คุณแม่สามารถฝึกให้ลูกคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยลองถามลูกว่า “หนูคิดว่าอะไรจะเป็นวิธีที่ดีในการได้รถกลับคืนมา” ถึงแม้ว่าความคิดแรกของลูกจะเป็นการเดินไปคว้ารถบรรทุกกลับคืนมาก็ตาม ให้ลองถามลูกต่อว่า “หนูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนูทำแบบนั้น” หลังจากนั้นลองให้ลูกได้มีทางเลือกของตัวเองเพิ่มเติม เช่น “หนูลองคิดวิธีอื่นในการเอารถบรรทุกคืนได้ไหม” ซึ่งในการศึกษาของ Dr. Shure เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ เด็กวัย 4 ขวบได้ให้ไอเดียที่ผู้ใหญ่ยังประหลาดใจ เช่น ไปบอกเพื่อนที่แย่งเอารถบรรทุกไปว่า “ถ้าเธอเล่นกับฉันเธอจะสนุกมากกว่าเล่นคนเดียวนะ”

7. มีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่น

เมื่อลูกของคุณรู้สึกอยากจะทำอะไรบางอย่าง แม้แต่การช่วยเหลืออะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เด็กรู้สึกมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น การฝึกให้เด็กรู้จักช่วยเหลืองานบ้านและรับผิดชอบหน้าที่ต่าง ๆ ในบ้าน จะเป็นการสร้างพลังให้เด็กรู้สึกถึงความรับผิดชอบ เมื่อเติบโตขึ้น เด็กจะรู้จักหน้าที่ และพยายามจัดการกับสิ่งที่ได้รับผิดชอบมากขึ้น สร้างความมั่นใจในตนเองที่สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้

8. ให้เด็กใช้เวลาอยู่กับผู้ใหญ่บ้าง

เด็ก ๆ อาจจะชอบใช้เวลาอยู่กับเพื่อน ๆ แต่การเปิดโอกาสให้พวกเขาได้อยู่กับผู้ใหญ่ หรือเล่นกับคนหลาย ๆ ช่วงวัย จะทำให้เด็กได้เรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น เปิดโอกาสให้เด็กได้มีบทสนทนากับผู้ใหญ่และสังเกตการสื่อสารของพวกเขา เพราะจากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า เด็กที่ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับผู้ใหญ่ เช่น คุณครู ลุง ปู่ ย่า ตา ยาย หรือเพื่อนของพ่อแม่ จะทำให้เด็กมีความยืดหยุ่นทางการคิดและมีความมั่นใจเพื่อพบปะพูดคุยกับคนรอบข้างได้มากขึ้น

การจะทำให้ลูกจะเป็นเด็กที่มีความมั่นใจหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่คนรอบข้างที่จะคอยสร้างแรงผลักดัน ให้คำแนะนำ รวมถึงไม่ตีกรอบการตัดสินใจให้กับเด็กๆ สถานบัน Happy Kids Station ไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมมากมายที่เด็กๆ จะได้ใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ และคุณครู ให้เด็กๆ ได้ใช้จินตนาการ ความคิดและการตัดสินใจจากการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรมอีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *